Dnung

วิจารณ์และรีวิว The Good Lie

วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2014

วิจารณ์และรีวิว The Good Lie

เปิดตัวหนังแนวให้กำลังใจดีๆ ที่สร้างมาจากเรื่องราวความจริงและยังคงเป็นสิ่งที่คนอย่างเรามองข้ามกันอยู่ทุกวันนี้ เมื่อเศรษฐกิจบ้านเมืองที่เจริญแล้วอย่างพวกเรา กลับไม่รู้จักคำว่าพอดีต่อตัวเองเลย ไม่ว่าจะเป็นการอยากได้อยากมีต่างๆ เช่น โทรศัพท์ บ้าน รถ หรือ ชื่อเสียงเงินทอง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่คนอย่างพวกเราอยากได้อยากมีกันไปทั่ว โดยหากลองมองไปยังอีกซีกโลกหนึ่ง พวกเขาเหล่านั้น กลับไม่มีอะไรเลย แม้กระทั่งน้ำ ทุกๆวันที่เราตื่นนอน เราจะต้องออกไปเรียนหนังสือด้วยอารมณ์ที่เบื่อหน่าย แถมมีข้าวกล่องแสนอร่อยเอาไว้กินตอนกลางวัน ทั้งๆที่อีกฝั่งหนึ่งของโลก พวกเขายังคงขุดหาอาหารหรือซากสัตว์จากในป่า เพื่อนำมาประทังชีวิตกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เรื่องราวความจริงอันแสนน่าเศร้าถูกนำมาสร้างเป็น The Good Lie โดยมีนักแสดงที่เป็นผู้ประสบภัยจากประเทศซูดานจริงๆมาร่วมแสดงด้วย

วิจารณ์และรีวิว The Good Lie

วิจารณ์และรีวิว The Good Lie

The Good Lie เป็นสุดยอดหนังก่อนสิ้นปีอีกเรื่อง ที่จะมาทำให้คุณได้รับแรงผลักดันเวลาท้อแท้ ว่าการมีชีวิตอยู่นั้น สำคัญขนาดไหน เรื่องราวเล่าเรื่องชีวิตของเด็ก 3 คน คือ มาแมร์ พอล และ เจอราไมห์ พวกเขาเป็นกลุ่มที่รอดชีวิตมาจากการโดนกวาดล้างเผ่าพันธุ์จนต้องหนีมายังค่ายหลบภัยจากทางใต้ของซูดานมาจนถึงเคนย่า 13 ปีต่อมา เขาได้ถูกส่งไปยังประเทศอเมริกาเพื่อเรียนรู้ถึงเทคโนโลยีในปัจจุบัน และเรียนรู้เพื่อจะอยู่ในสังคมและทำงานได้อย่างมีความสุขเสมือนประชากรคนหนึ่งทั่วๆไป โดยได้รับการดูแลจากแคร์รี่ นักสังคมสงเคราะห์

 

 

 
ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ เปิดตัวออกมาจะค่อนข้างหดหู่จากเรื่องราวของพี่น้องซูดานเสียหน่อย แต่ใจความหลักสำคัญของเรื่องไม่ได้นำเสนอถึงจุดนั้นทีเดียว The Good Lie ต้องการที่จะสื่อในเรื่องของความใสซื่อที่มีระหว่างมาแมร์ พอล และ เจอราไมห์ ที่จะต้องปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยี บวกกับมิตรภาพที่แสนจะอบอุ่นและสร้างขวัญกำลังใจดีๆแก่คนอื่นๆอีกมากมาย เนื้อเรื่องของหนังค่อนข้างทำออกมาเรียบง่ายแต่สื่ออารมณ์ได้ดีเยี่ยม ถึงแม้ว่าจะมีบางอย่างที่ดูขัดๆไปบ้าง เช่น นางเอกพร้อมใจที่จะให้ทั้งสามเข้ามาอยู่ที่บ้านของเธอได้เลย ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักกันมาก่อน เป็นไปได้ยากที่จะไว้ใจ กันแต่ก็ให้อยู่ในทันที ซึ่งความเป็นจริงมันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น

 

 

 
จุดพีคของหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ความเศร้าหรือความเห็นใจ แต่เป็นความตลกที่มีต่อ มาแมร์ พอล และ เจอราไมห์ นั่นเอง แถมยังสื่อให้เห็นถึงความจริงของมนุษย์ และใจความสำคัญของการมีชีวิตอยู่เพื่อฝ่าฟันสิ่งต่างๆไปให้ได้ โดยหนังเรื่องนี้นับว่าเป็นกำลังใจที่ดีมากๆเรื่องหนึ่งในการเติมพลังชีวิตของเราเลยทีเดียว ถ้าหากว่าวันไหนเรารู้สึกท้อแท้หรือหมดหวังหรือด้อยค่ากว่าคนอื่นๆล่ะก็ ขอให้คุณรับรู้จากหนังเรื่องนี้ได้เลยว่า ยังมีคนอีกเป็นล้านคนในหลายๆประเทศที่ย่ำแย่กว่าคุณเยอะ ถึงขนาดไม่มีข้าวกิน ไม่มีน้ำดื่ม และไม่มีที่ซุกหัวนอนเลยด้วยซ้ำไป
คะแนนของหนังเรื่องนี้ 7/10